Sweet นุช - รักยุคไฮเทค

posted on 08 Aug 2008 15:22 by kapongnom

 ประทับใจเสียงเพลง MV

เพื่อนบางคนยังไม่เคยฟังก็ลองเข้าไปชมได้

เข้าชมที่นี่คลิก http://www.you2play.com/player/media_type,video/id,1296/

***********************************************************************

อัลบั้ม:ต้นฉบับเสียงหวาน (The Original Sweet Voice)

จำหน่าย : 18 มีนาคม 2551

TRACKLISTING:

1. รักยุค Hi-Tech
2. คำหยาบ
3. หลงมนต์
4. รักคือคำตอบ
5. อ้างฟ้าอ้างฝน
6. แจกันดอกไม้
7. ชีวติฉันมีแต่เธอ
8. น้องคนนี้
9. รักยุค Hi-Tech (บรรเลง)
10. มีใครไม่แก่บ้าง
11. อ้างฟ้าอ้างฝน (Music Box)
 
... นักร้องวัยแม่ ผู้ซึ่งไม่เคยห่างจากการร้องเพลงเลย เริ่มต้นจากการเป็นนักร้องเพลงไทยเดิมคนหนึ่งของ รายการเพลินเพลงกับนฤพล ทางช่อง 4 (บางขุนพรหม) และยังเคยเป็นพรีเซ็นเตอร์ผู้โฆษณาสินค้าของบริษัทอิตาเลียนไทยในยุคนั้น แต่เธอได้แต่งงานไปก่อนที่จะเข้าสู่วงการเพลงอย่างเต็มตัว หลังจากนั้นเธอได้ทำวงโฟล์คซองกับเพื่อนๆ ที่คลั่งไคล้ในเพลงยุค 70 อีกร่วมๆ 10 ปี ปัจจุบันเธอเป็นนักร้องของวงธนาคารออมสิน

…น่าเสียดายที่ตอนนั้นเธอไม่ได้เข้าสู่วงการเพลง แต่เพราะผู้คนเมื่อได้ยินได้ฟังเสียงร้องของเธอ ต่างก็ชื่นชมและหลงใหลในน้ำเสียงหวานๆของเธอตลอดมา อันเป็นที่มาของ “ต้นฉบับเสียงหวาน” และในที่สุด...บทเพลงอัลบั้มนี้ก็เกิดขึ้นมาได้อย่างอัศจรรย์ ด้วยแรงบันดาลใจ เมื่อได้ฟังเสียงของ.....
Sweetนุช  
“ต้นฉบับเสียงหวาน”
กลั่นกรองบทประพันธ์คำร้อง ทำนอง เรียบเรียงดนตรี และโปรดิวซ์โดย บรรณ สุวรรณโณชิน ศิลปินผู้ทำงานดนตรีนอกกระแส ภายใต้ยี่ห้อ ใบชาSong  ซึ่งได้มีผลงานออกมาอย่างสม่ำเสมอ

...อัลบั้มนี้เป็นบทเพลงที่จะนำพาคุณย้อนสู่อดีต ในช่วงที่กรุงเทพยังไม่มีควันรถมากมาย ด้วยเพลงรักหวานซึ้งปนเศร้า และมีลีลายั่วยิ้มบ้างพองาม นอกจากนี้ยังได้ พี่จุ้ย - ศุ บุญเลี้ยง มาเป็นนักร้องรับเชิญในเพลง “หลงมนต์” เพลงคู่เจ้าชู้ปากหวาน 

...ทางภาคดนตรี คลอเคล้าเสียงเปียโน โดย บรรณ สุวรรณโณชิน  ไวโอลินมือหนึ่งโดย สุวรรณ มโนษร  คลาริเนทโดย โก้ แซ็กแมน และยังรื่นรมย์ไปด้วยเสียง ฟลุ้ต  กีต้าร์คลาสลิค มาทำให้ดนตรีกลมกล่อม สวยงาม สมบูรณ์ด้วยคุณภาพเสียงตามแบบฉบับของใบชาSong…..

Credit : http://www.you2play.com/sweetnuj/album/297/

อ่านนะหนุกๆ

posted on 25 Jul 2008 01:32 by kapongnom

ภาษาอาจจะไม่สุภาพไปบ้าง

อ่านแบบสนุก ๆนะอย่าคิดมาก

============================================

เมื่อก่อน . . .หอมแก้มเป็นอาจิณ
เดี๋ยวนี้ . . .ได้กลิ่นเป็นอาเจียร
เมื่อก่อน . . .เจอกัน อ่ะของฝาก
เดี๋ยวนี้ . . .เมิงอยาก ก็ซื้อดี๊
เมื่อก่อน . . .ขับรถรับส่งฟรี
เดี๋ยวนี้ . . .เฮ้ย! แท๊กซี่เอาอีนี่ไป
เมื่อก่อน . . .ร้องไห้คอยกอดปลอบ ป่าวประกาศ ว่าชอบคนอ่อนไหว
เดี๋ยวนี้ . . .ร้องไห้ โอ้ย...เป็นไร อ่ะ กระแดะเข้าไป . . .อยากได้อะไรบอกดีๆ
เมื่อก่อน . . .ยิ้มให้ โหย...ใจเต้น
เดี๋ยวนี้ . . .ยิ้มให้เห็น “กูปวดขี้”
เมื่อก่อน . . .เฮ้ย..ขาว ว๊าว . . . ดูดี
เดี๋ยวนี้ . . .ซีดยังกะผี ดูมันชม
เมื่อก่อน . . .ข้ามถนนเดินจูงมือ ข้าวของเงี้ยช่วยถือ กลัวเราล้ม
เดี๋ยวนี้ . . .ยกมือขึ้นพนม โอม เพี้ยง...ให้มันล้มรถเหยียบคอ
เมื่อก่อน . . .สาวมองทำเป็นเงียบ
เดี๋ยวนี้ . . .ขอเบอร์เพียบไอ้หน้าม่อ
เมื่อก่อน . . .จะไปไหน เดี๋ยวผมรอ
เดี๋ยวนี้. . .ไม่ง้อ จะไปไม่ไป
เมื่อก่อน . . .ทำอะไรผิดโอ้ย… นิดหน่อย
เดี๋ยวนี้ . . .เดี๊ยะ ต่อย …ดีๆ หน่อยได้ไหม?
เมื่อก่อน . . .ใครมอง โกรธเป็นไฟ
เดี๋ยวนี้ . . .ใครอยากได้ กูให้ฟรี
เมื่อก่อน . . .กินข้าวเดี๋ยวผมจ่าย ก็นะ …เกรงจัยคุณเป็นเลดี้
เดี๋ยวนี้ . . .หลอกแดกกูฟรีๆ เซ็งจังอีนี่เกาะกูกิน
เมื่อก่อน . . .เรางอน ทำเป็นง้อโวยวายตัดพ้อ ชีวิตจะสิ้น
เดี๋ยวนี้ . . .เรางอน . . . ทำท่าจะบิน "งั้นเลิก" ฟังจนชินต้องง้อมัน
เมื่อก่อน . . .โทรตามเอาใจใส่
เดี๋ยวนี้ . . .โทรไปปิดซะงั้น
ก็แค่…อยากให้เธอรู้บ้าง
ถ้าเล่นๆ ก็บอกดิ . . .เราจะได้ไม่จริงจัง
จะเผื่อใจไว้คราวหลัง หลายๆ คน
พวกเธอเจ้าชู้ เออ …ก็ได้
แต่ไม่อยาก . . .จะเป็นควายหลายๆ หน
มากๆ ชักจะหมดความอดทน
เราก็ . . .ปุถุชนคนธรรมดา
แต่นี่บอก . . .ไม่เจ้าชู้ . . .ตูละเบื่อ
ในสต๊อกที่เหลือ . . . มันใครหว่า?
ทำเป็นรักเดียวใจเดียว . . . ออกหน้าออกตา
ใครตอแหล มารยา ลองคิดดู
กูโนะเนะ . . . ก็บอกกูกระแดะ
กูกระแซะ . . . ก็ว่า กูกะหรี่
กูเฉยๆ ก็ว่า . . .หยิ่งสิ้นดี
กูอ้อนที . . .ก็บอก "น่ารำคาญ"
กูไม่รับโทรศัพท์ เชิญไปบวช
พอกูรับ 5 สายรวด โถ . . .อีร่าน
กูบอกไม่มีแฟนล่ะ . . .หน้าบา น
พอจีบติดไปนานๆ . . .ก็ ทิ้งกู

 

Credit : E-mail

ในหลวงทรงรักและห่วงใยคนไทย

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

ฝนเทียมในหลวงป้องกันภัยพายุไซโคลนนาร์กีสให้แก่ไทย

ขออนุญาตนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาเล่าสู่กันฟัง

เมื่อวันศุกร์ผมได้มีโอกาสได้เข้าค่ายที่ศูนย์ฝึกทหารของค่ายนเรศวร วันแรกที่เข้าไปกะบรรยากาศครึ้ม ๆ
ผมก็ว่า เอ... แปลกๆนะ ทำไมอากาศอบอ้าวเหมือนจะมีฝน แต่ก็คิดว่าคงเป็นไปตามสภาพอากาศ
พอไปถึงก็ทำกิจกรรมจนได้เข้าหอประชุมตอนดึกใกล้เวลานอนมากแล้ว

อาจารย์เอกราช ท่านได้มาพูดถึงเรื่องของฝนที่ตกนี้ว่า
'
ก่อนหน้านี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ท่านทรงให้คณะทำงานเกี่ยวกับฝนเทียม รีบทำฝนเทียม
เพื่อเป็นแนวกันลมพายุดีเปรสชั่น ซึ่งตอนนั้นยังไม่เกิดขึ้น แต่พระองค์ทรงเหมือนกับเทวดาองค์นึงที่ทราบเรื่องนี้ก่อน

ถามว่าตอนนั้นกรมอุตุรู้เรื่องนี้ไม๊ ... ไม่มีใครทราบว่าจะเกิดพายุที่ประเทศพม่าด้วยซ้ำ
พอคณะทำงานด้านฝนเทียมทำงานเสร็จ ด้วยความสำเร็จ... ผลงานที่พระองค์ได้ทำ ก็ก่อให้เกิดผล

เมื่อเกิดพายุอย่างที่พระองค์ตรัสไว้ที่พม่า และพายุนี้ก็ได้สร้างความเสียหาย และสร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศพม่า
จนทำให้เกิดความสูญเสียอันมหาศาลกับประเทศ ...

แต่สำหรับประเทศไทย แนวกำแพงฝนเทียมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงสร้างไว้ก็ทำให้เกิดฝนตกเพียงเล็กน้อย
ถ้าเทียบกับพายุที่จริงๆแล้วสามารถสร้างความเดือดร้อนกับประเทศได้มาก '
พอผมได้ทราบผมถึงกับอึ้งขนลูกซู่ กับ สิ่งที่พระองค์ได้ทำไว้ให้กับประเทศของเรา

ถึงแม้นจะเป็นเรื่องที่ดีที่ทราบเรื่องนี้ แต่ก็มีเรื่องที่ทำให้ผมสะเทือนใจกับสิ่งที่บ้านเมืองเป็นแบบนี้

วันที่ 2 ที่เข้าค่าย ครูฝึกได้เปิดวีซีดีเกี่ยวกับพระองค์ให้ดู ผมก็ดูไปเรื่อยๆจนถึงตอนนึงที่เค้าตัดเอาตอนที่พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนิน
เพื่อไปส่งเหล่ากษัตริย์จากต่างประเทศ คณะทูตที่มาเข้าเฝ้าในงานฉลองศิริราชสมบัติครบ 60 พรรษา

ภาพที่ทำให้ผมปวดจี๊ดขึ้นมาในหัวใจก็คือ ตอนที่พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินลงบันได (ขอโทษครับพอดีไม่ทราบว่าเขียนยังไง)
พระองค์เกือบหกล้มดีที่ทหารรักษาพระองค์ที่เดินนำหน้าคอยประคองพระองค์ไว้
พอพระองค์ทรงยืนได้ ก็ปัดมืออก

ผมไม่ทราบว่าพระองค์ตรัสตรงนั้นทันทีไม๊ หรือตรัสกับคนสนิทในภายหลัง ว่า

' ไม่ต้องมาพยุงเรา เราจะเดินให้คนทั่วโลกได้เห็นว่า เราเดินได้
ให้คนทั่วโลกได้เห็นว่าเราสามารถปกครองคน 64ล้านคนด้วยตัวของเราเองได้ '

ถึงตอนนี้แล้ว ...น้ำตาผมคลอเบ้า คนที่ดูกันก็สะอึ้นกันไปหลายคน ทุกๆคนในที่นั้นเงียบหมดกับคำพูดที่พระองค์ได้ตรัสไว้
ผมได้ยินเสียงกระซิบจากเพื่อนข้าง ๆ ว่า สงสารพระองค์ที่ต้องมาทรงงานอย่างหนัก ถึงแม้จะอายุเยอะแล้ว
แต่พระองค์ก็ยังทรงรักและเป็นห่วงลูก ๆ หลานของพระองค์ ลูก ๆ หลาน ๆ ที่อยู่ใน
ประเทศนี้ ท่านทรงงานทุกอย่างเพื่อให้คนในประเทศได้สบาย เพื่อคนในประเทศได้อยู่ดีกินดี

อาจารย์ได้บอกกับพวกเราเมื่อวีซีดีจบว่า พระองค์เหมือนฝนที่ทำให้ประเทศร่มเย็น
เหมือนเทวดาที่ไม่ว่าจะเสด็จพระราชดำเนินไปที่ไหนที่นั่นจะชุ่มฉ่ำ ที่ ๆ พระองค์
เสด็จพระราชดำเนินไปจะพบแต่ความสงบสุข มีแต่เรื่องดี ๆ เกิดขึ้นไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไร

ท้ายสุดนี้ผมอยากจะบอกพระองค์หากแม้นมีใครผ่านมาอ่าน ถึงจะเป็นคำพูดที่อาจจะได้ยินมาบ่อย ๆ
แต่ผมก็ไม่สามารถจะคัดกรองคำพูดใดๆมาพูดได้อีกนอกจาก

'
ขอพระองค์ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงประชา เป็นร่มโพธิทองของเหล่าปวงชนชาวไทย ขอพระองค์ทรงพระเจริญตราบนานเท่านาน '

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

Credit : Email

ข้าวโพดสุก *ดี*

posted on 12 Jun 2008 15:34 by kapongnom
 เรื่องดี ๆเกี๋ยวกับสุขภาพมาฝาก
################################################
จริง เพราะตอนที่แม่เรากำลังรักษามะเร็งช่วงใกล้ๆหาย เริ่มจะทานอาหารได้  เค้าจะกินข้าวโพดต้มทุกวัน  ไปเหมาจาก Supermarket ทุก week แล้วเค้าก็ ฟื้นตัวเร็วมาก
ช่วงนั้น ลิ้นเค้าจะ Anti เนื้อสัตว์ กลืนไม่ลง ทานได้แต่ผักกะผลไม้ และจะอยากกินข้าวโพดทุกวัน
ข้าวโพดสุก ต้านมะเร็ง การแทะข้าวโพดหวานต้านโรคมะเร็งมีสารตัวล้างพิษมากกว่าผักผลไม้ 
 
นักวิจัยของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์แห่งสหรัฐฯ รายงานในวารสารสมาคมเคมีแห่งอเมริกาว่าข้าวโพดหวานที่ปรุงสุกแล้วจะออกฤทธิ์ล้างพิษในร่างกายสูงขึ้นได้อย่างเด่นชัด&n bsp; 

เขาเผยว่าผิดกับที่เคยเชื่อกันมาก่อน ว่าผักและผลไม้หากต้มปรุงสุกแล้วจะเสียคุณค่าทางอาหารลงไป สู้กินดิบๆ ไม่ได้ แต่ข้าวโพดหวานยังคงสามารถเก็บพลังเป็นตัวล้างพิษคงไว้ได้ แม้ว่าจะเสียวิตามินซีไป

เขาได้พบในการต้มข้าวโพดหวานด้วยอุณหภูมิสูง 115 องศาเซลเซียส ในเวลานานต่างกัน 10, 25 และ 50 นาที พบว่ายิ่งต้มนานจะทำให้มันมีสารอันเป็นตัวล้างพิษเพิ่มขึ้นเป็น 22, 44 และ 53 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสารที่ออกฤทธิ์เป็นตัวล้างพิษช่วยดับพิษของพวกอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นอันตรายกับเซลล์ของอวัยวะต่างๆ ทั้งยังมีส่วนเกี่ยวพันกับโรคอันเนื่องมาจากความแก่ชรา ต่างๆ อย่างเช่นต้อกระจก และโรคสมองเสื่อมอีกด้วย

คณะนักวิจัยแจ้งว่าข้าวโพดหวานที่ต้มหรือปิ้งจะปล่อยสารประกอบที่เรียกว่า กรดเฟรุลิก อันเป็นคุณกับร่างกายยิ่งมากขึ้นเมื่อถูกความร้อนสูงขึ้นหรือเวลานานขึ้นกรดเฟรุลิกเป็นพวก

พฤกษเคมีซึ่งในผักและผลไม้มีอยู่ไม่มากนัก แต่กลับพบมีอยู่อย่างอุดมในข้าวโพดผสมปนเปรวมอยู่กับอย่างอื่น การทำให้มันสุกจึงช่วยทำให้มันปล่อยกรดเฟรุลิกออกมาได้มากขึ้น 
 

 Credit : E-mail
ข้อความดี ๆที่ได้จากการอ่าน อีเมล์
_______________________________________________________ 
 m O o j e a l3


ฉันได้รับข้อความนี้จากเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง
ซึ่งเพื่อนคนนี้ได้เลือกไปแล้ว



ฉันเองก็ต้องเลือกเหมือนกัน และ
ฉันก็เลือกแล้ว
คราวนี้ตาพวกคุณแล้วล่ะที่จะต้องเลือกบ้าง



เรื่องมีอยู่ว่า.....
ชายคนหนึ่งเคยลงโทษลูกสาววัย

5 ขวบของเขา


เพราะนำเงินไปซื้อกระดาษห่อของขวัญสีทองม้วน
หนึ่งซึ่งมีราคาแพง



ในขณะที่การเงินที่บ้านฝืดเคือง
และเค้าก็อารมณ์เสียอีกครั้งเมื่อลูกสาวของเขานำกระดาษสีทองราคาแพงนั้น
มาห่อกล่องของขวัญเพียงเพื่อตกแต่งไว้ใต้ต้นคริสต์มาส



แต่กระนั้น...ลูกสาวตัวน้อยก็ได้มอบกล่องของขวัญนั้นให้พ่อของเธอในเช้าวันรุ่งขึ้น และพูดว่า

' นี่สำหรับพ่อ

 

ค่ะ '


พ่อของเธอกระอักกระอ่วนกับอาการที่ได้แสดงออกไปก่อนหน้านี้



แต่แล้วความโกรธก็ได้พุ่งพล่านขึ้นอีกครั้งเมื่อ



เขาพบว่ามันเป็นเพียงกล่องเปล่า
เขาพูดด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดว่า



'
ลูกไม่รู้จริงๆ

 

อย่างนั้นหรือ

 

ว่าการจะให้

 

ของขวัญใคร


มันจะต้องมีอะไรอยู่ในกล่องของขวัญด้วย ? '


เด็กน้อยมองไปที่พ่อของเธอด้วยน้ำตา
และพูดว่า



'
โอ...พ่อจ๋า

 

 

มันไม่ใช่กล่อง

 

เปล่าเลย หนู

 

เป่าจูบเข้าไป

 

จนเต็ม '


ชายคนนั้นสะอึก ตัวชาด้วยความเสียใจ
เขาทรุดตัวลงแล้วโอบกอดลูกสาวไว้แน่น



เขาขอให้ลูกสาวยกโทษให้เขา
กับท่าทางโกรธเกรี้ยวเกินเหตุของเขา



ต่อมาไม่นานอุบัติเหตุก็ได้คร่าชีวิตลูก
สาวของชายคนนั้นไป



และว่ากันว่าเขาเก็บกล่องของขวัญสีทองล้ำค่านั้น
ไว้ข้างเตียงตลอดชีวิตของเขาเลยทีเดียว



และเมื่อใดก็ตามที่เขารู้สึกท้อแท้ใจ
หรือต้องเผชิญกับปัญหาที่ยากเย็นแสนเข็น เขาจะเปิดกล่องใบนี้



เพื่อหยิบจูบในจินตนาการขึ้นมาหนึ่งจูบ
แล้วรำลึกถึงความรักของลูกน้อย ที่ได้ใส่จูบนั้นไว้ให้เขา



ในความเป็นจริง ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง
พวกเราทุกคนล้วนได้รับกล่องของขวัญสีทองซึ่ง
บรรจุด้วยความรัก ที่ปราศจากเงื่อนไข และรอยจูบจาก


ลูกๆ , ครอบครัว

และ เพื่อนๆ


ไม่มีสมบัติใด ล้ำค่าไปกว่านี้อีกแล้ว



ตอนนี้คุณมี
2 ตัว

 

เลือกแล้วล่ะ

คุณจะ


1.
ส่งข้อความ

 

นี้ต่อไปยัง

 

เพื่อนๆ และ

ญาติๆ ของ

 

คุณ หรือ


2. ลบมันทิ้งซะ


แล้วทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรกระทบใจคุณเลยแม้แต่น้อย



อย่างที่เห็นนี่ล่ะ ฉันได้เลือก

 

ข้อ 1 ไปแล้ว


เพื่อนคือของขวัญ ผู้ซึ่งพยุงให้เรายืนขึ้นด้วยเท้า
เมื่อปีกของเราไม่รู้ว่าจะบินอย่างไร



มองโลกในแง่ดี และปฏิบัตดี
ฉันขอขอบคุณสำหรับ....



สำหรับสามีที่นอนกรนทั้งคืน
เพราะนั่นหมายถึงเขากำลังหลับอยู่ที่บ้านกับฉัน ไม่ใช่กับผู้หญิงอื่น



สำหรับลูกสาววัยรุ่นที่กำลังบ่นเรื่องล้างจานอยู่
เพราะนั่นหมายถึงเธออยู่บ้าน ไม่ใช่ที่ถนน



สำหรับภาษีที่ต้องเสีย
เพราะนั่นหมายถึงฉันมีงานทำ



สำหรับข้าวของต่างๆ ที่ต้องคอยเก็บหลังงานปาร์ตี้
เพราะนั่นหมายถึงฉันถูกห้อมล้อมด้วยเพื่อนฝูง



สำหรับเสื้อผ้าที่พอดีจนเกือบจะคับเกินไป
เพราะนั่นหมายถึงฉันยังมีกิน



สำหรับเงาที่คอยมองดูฉันทำงาน
เพราะนั่นหมายถึงฉัน กำลังได้รับแสงแดด



สำหรับพื้นที่ต้องคอยขัดถู และหน้าต่างที่ต้องทำความสะอาด
เพราะนั่นบ้านถึงฉันมีบ้านให้ดูแลรักษา



สำหรับคำบ่นต่างๆ ที่มีต่อรัฐบาล
เพราะนั่นหมายถึงเรามีอิสระ ในการที่จะแสดงความคิดเห็น



สำหรับที่จอดรถที่อยู่ไกลสุดของลานจอดรถ
เพราะนั่นหมายถึงฉันสามารถเดินได้ และฉันมีรถ



สำหรับผ้ากองโตที่รอการซักรีด
เพราะนั่นหมายถึงฉันมีเสื้อผ้าสวมใส่



สำหรับความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทุกสิ้นวัน
เพราะนั่นหมายถึงฉันสามารถทำงานหนักได้



สำหรับเสียงปลุกในทุกๆ เช้า
เพราะนั่นหมายถึงฉันยังมีชีวิตอยู่



และสุดท้าย.......



สำหรับอีเมล์ที่ส่งมาหาฉันมากมาย
เพราะนั่นหมายถึงฉันมีเพื่อน

 

Credit : E-mail

คลายเครียด แท้

posted on 20 Apr 2008 00:25 by kapongnom

 ขำหรือมั้ยนะลองอ่านดูเลย

*************************************

เหตุเกิดเพราะความเครียด

     
บ่ายวันหนึ่งมีนักธุรกิจผู้หนึ่งกำลังคล่ำเครียดกับงาน   ธุรกิจพันร้าน  ทันใดนั้นก็นึกถึงภรรยาที่แสนสวย ที่ทำหน้าที่แม่ที่แสนดีของลูกๆ  ที่อยู่ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ราคาหลายร้อยล้าน  เค้าจึงกดโทรศัพท์ส่วนตัวเพื่อต่อไปที่คฤหาสน์หลังใหญ่ของเค้า   เพื่อจะขอกำลังใจจากคนที่เค้ารักเพื่อเป็นกำลังใจต่อสู้กับงานต่อไป

เสียงโทรศัพท์ที่คฤหาสน์ :
 กรี๊ง..กริ๊ง..ๆ

สาวใช้ : ฮาโหล


นักธุรกิจ :
 ขอสายคุณผู้หญิงหน่อย

สาวใช้ :
 เอ่อ  เอ่อๆ

นักธุรกิจ :
 คุณผู้หญิงอยู่ไหม..มันมีอะไรเกิดขึ้น..บอกมาเดี๋ยวนี้น๊ะ..ไม่นั้นฉันจะไล่แกออก

สาวใช้ :
 เอ่อ..เอ่อ..คือว่า..คุณผู้หญิง..คุณผู้หญิง..พาผู้ชายมาเล้นชู้กันอยู่ในห้องนอนค๊ะ

           
นักธุรกิจได้ฟังดังนั้น เลยโมโหสุดขีด  จากความรักกลายเป็นความแค้น

นักธุรกิจ :
 ถ้าอย่างนั้นเธอถือโทรศัพท์ไปอย่าพึ่งวางสายแล้วเข้าไปที่ห้องทำงานฉัน  เธอต้อง

           
ทำตามฉันทุกอย่าง  แล้วฉันจะให้เงินเธอ  500 ล้านบาท

สาวใช้ : ค๊ะคุณผู้ชาย
 หนูถึงห้องทำงานคุณผู้ชายแล้วค๊ะ

นักธุรกิจ :
 หยิบปืนของฉันในลิ้นชักโต๊ะกลางออกมาซิ

สาวใช้ : ไม่มีค๊ะ
 ไม่เห็นมีเลยค๊ะคุณผู้ชาย

นักธุรกิจ :
 ฉันว่าฉันเก็บไว้ในลิ้นชักกลางน๊ะ  ไหนลองหาที่ลิ้นชักซ้าย  ขวาดูซิ

สาวใช้ : เจอะ..เจอ..แล้ว..ค๊ะ (
 สาวใช้พูดแบบสั่นๆ ) แล้วทำอย่างไรต่อค๊ะ

นักธุรกิจ :
 เธอไปที่ห้องนอนฉัน แล้วทำการยิงชายโฉดหญิงชั่วนั้นให้ตายเลย

สาวใช้ :
 ฮะ..หนูทำไม่ได้ค๊ะ

นักธุรกิจ : ฉันจะให้เงินเธอเป็น
 1,000 ล้านบาท  และเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถเอาผิดกับเธอ

           
ได้ด้วย

           
สาวใช้ได้ฟังเช่นนั้นก็ไม่รอช้ารีบเดินไปที่ห้องนอนของนักธุรกิจโดยทันที   และแล้วเสียงปืนก็ดังตามมาติดๆกัน  8 นัด

สาวใช้
: คุณผู้ชายค๊ะ หนูฆ่ามันตายทั้งคู่แล้วค๊ะ  ให้หนูทำอย่างไรต่อค๊ะ

         
นักธุรกิจได้ฟังเช่นนั้นแล้ว  ก็รู้สึกสะใจเป็นอย่างมากที่ชายโฉดหญิงชั่วตายไปได้   เค้าจึงออกอุบายเพื่อจะอำพรางคดีตกตาตำรวจเพื่อช่วยสาวใช้  

นักธุรกิจ : เธอลากศพของทั้งคู่ลงมาข้างล่างก่อน
 แล้วทำลายข้าวของให้เหมือนกับมีการต่อสู้

           
เกิดขึ้น  จากนั้นก็เอาศพชายโฉดคนนั้นไปฝังดินให้เป็นปุ๋ยหลังคฤหาสน์ซ๊ะ

สาวใช้ : หนูทำตามเรียบร้อยแล้วค๊ะ
 หนูฝังศพของชายโฉดเรียบร้อยแล้วค๊ะ แล้วศพคุณผู้

           
หญิงทำอย่างไรต่อค๊ะ

นักธุรกิจ :
 อย่างนั้นเธอจัดการเอาศพคุณผู้หญิงไปทิ้งที่ไว้ที่สระน้ำหน้าคฤหาสน์  ทำให้เหมือน

           
ว่ามีโจรขึ้นคฤหาสน์แล้วฆ่าเจ้าทรัพย์ทิ้ง  เข้าใจไหม

สาวใช้ : ไม่เข้าใจค๊ะ


นักธุรกิจ :
 จึงอธิบายอีกครั้งแล้วถามสาวใช้ว่าเข้าใจไหม

สาวใช้ :
 ไม่เข้าใจค๊ะ...เอ่อ..เอ่อ..คฤหาสน์เราไม่มีสระน้ำที่หน้าคฤหาสน์นี่ค๊ะ

นักธุรกิจ :
 ถามแบบ..งง..เอ่อ..เอ่อ..ขอโทษทีคับที่นั่นที่ไหนคับ

สาวใช้ : ที่นี่คฤหาสน์นอง คุณนาย สมซวย กับ
 คุณท่าน   มีตวย ค๊ะ

นักธุรกิจ:ได้ยินเช่นนั้นเลยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆและสุภาพมากว่า(ขอโทษทีคับ
 ผมโทรผิด)

           
แล้วก็วางสาย...ตุ๊ด____________

สาวใช้ :
 ~#^*$!*%c"  target=_blank>ไอ่..@>~#^*$!*%c

                                           
กรรมของสาวใช้แท้

                               
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่าเครียดน๊ะคับอย่าเครียด 

            
                                 จาก  Safety  Blue

Credit : E-mail

เราว่าระวังไว้ก่อนจะดีกว่านะ ก่อนที่จะสายเกินไปมันเป็นเรื่องง่าย ๆที่จะทำตามได้

*******************************

หลายๆคนป่วยจากการกินยาเม็ดแคปซูลกับน้ำอุ่นโดยที่ไม่รู้ว่ายาจะถึงกระเพาะก่อนละลายน้ำหรือไม่
เป็นเรื่องที่น่าคิดว่าคุณควรจะกินยาแบบไหนดี


คำแนะนำจากแพทย์

-
ยาเม็ดสามารถละลายด้วยน้ำเย็น หลังจากกลืนคุณควรดื่มน้ำตามมาก ๆ
-
ควรทานยาก่อนนอน 30 นาที ไม่ควรทานยาแล้วนอนเลย เพราะยาอาจะไม่ลงในกระเพาะ

ตัวอย่าง
ผู้ชายคนหนึ่งทานยาแอนตี้ไบโอติคส์และดื่มน้ำน้อยเกินไป
ยาจึงลงไปไม่ถึงกระเพาะ ยาค้างอยู่ที่หลอดอาหารและเป็นเหตุให้หลอดอาหารอักเสบ
หกวันผ่านไปเค้ากินได้แค่นมเย็นกับอาหารเหลว และนอนโรงพยายาลอีก
5 วัน
แพทย์เตือนว่าอาการอาจจะแย่ลงและอาจมีผลข้างเคียง สุดท้ายเกิดอาการไตวายเฉียบพลัน

และเสียชีวิตหลังเข้าโรงพยาบาลเพียง
2 สัปดาห์
เพราะฉะนั้นต้องระวัง เมื่อกินยาเม็ดหรือแคปซูลอย่าดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำร้อน
น้ำผลไม้ หรือน้ำหวานทุกชนิดตามยาลงไป ทางที่ดีควรดื่มน้ำเย็นเท่านั้น
ถ้าคุณรู้สึกกระหายในลำคอหลังจากทานยา ให้ดื่มน้ำตามมาก ๆ และควรยืนหรือนั่งตัวตรงๆ
เมื่อทานยาอย่านอนทันที

Credit : E-mail

 

ความคิดสมัย ป.1 - ...

posted on 31 Mar 2008 17:20 by kapongnom

เพื่อนที่คุณคิดเป็นแบบนี้หรือป่าว